Uncategorized,  อาหารไทย

น้ำจิ้มหอย ถั่วตัด อร่อยเด็ด 4 รส และวิธีอบหอยแมลงภู่ให้หอม ไม่คาว

เคยมั้ย ? เวลาเราไปทานอาหารตามร้านอาหาร แล้วสั่งเมนูหอยมารับประทาน ส่วนใหญ่จะได้ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด สีเขียวออกรสเผ็ด
เปรี้ยวนำบางคนอาจจะชอบ แต่หากใครได้ลิ้มลอง “น้ำจิ้มหอยถั่วตัด”  จะมีความแตกต่างจากน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เรารับประทานตามร้านอาหาร
คือ ความหวานกลมกล่อมที่ได้จากน้ำตาลปีป และความกรุบกรับของถั่วตัด (ถั่วอื่นๆ) ที่บดหรื่อตำ ได้ทานคู่กันกับหอย  บางทีเราลืมไปเลย
ว่ากำลังทานอาหารคาว อาหารทะเล แต่มีความฟิน เพลิดเพลินเวลารับประทานกลายเป็นของว่าง เผลอแปปเดียวหมดจานไม่รู้ตัวเลยค่ะ


น้ำจิ้มสูตรนี้สามารถทานกับ หอยอบ นึ่ง ย่าง ลวก ได้กับหอยทุกชนิด เช่น หอยแครงลวก
ยิ่งอร่อยจ้า

ส่วนประสม หอยแมลงภู่อบ

  1. หอยแมลงภู่สด 1 กิโลกรัม
  2. ตะใคร้ 4 ต้น
  3. โหระพา 4 ต้น

 

วิธีทำหอยแมลงภู่อบ และน้ำจิ้มหอยสูตรเด็ด


 

น้ำจิ้มหอยแมลงภู่สูตรเด็ด 4 รส  (สูตร 1 ถ้วย)

เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด

  1. กระเทียมไทย 9 กลีบ (กลีบเล็ก)
  2. พริกขี้หนูสวน 9 เม็ด
  3. รากผักชี 2 ต้น
  4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำตาลทรายไม่อก 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลปีป ครึ่งช้อนโต๊ะ
  7. น้ำมะนาว 1 ช้อนโตีะ (1 ลูก)
  8. น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ถั่วตัด 3 ช้อนโต๊ะ (ในสูตรใส่ถั่วอัลมอนด์บด)

ลำดับการเตรียมทำอาหาร

เชฟการ์ตูนแนะนำให้เตรียมเครื่องปรุงการทำน้ำจิ้ม และตำน้ำจิ้มก่อน ค่อยอบหอยแมลงภู่ จะได้ทานหอย
ตอนร้อน จะอร่อยกว่าเยอะเลยค่ะ

วิธีตำน้ำจิ้ม

  1. ตำกระเทียม พริก รากผักชี ตำทุกอย่างให้ละเอียด (ถ้าชอบเผ็ดให้ละเอียดมาก)
    ชอบเผ็ดน้อยให้ตำพอหยาบๆ
  2. ปรุงรส ด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำตาลปีป มะนาว และน้ำเปล่าเล็กน้อย
  3. ใส่ถั่วตัด ตำพอบุบๆ ไม่ละเอียดมากนัก ตักใส่ถ้วย

วิธีนิ่งหอยแมลงภู่อบ

  1. ล้างหอยด้วยเกลือแล้วใช้ช้อนขูดสิ่งสกปรกออกใส่ตะกร้าพึ่งไว้
  2. หั่นตะใตร้ เป็น 3 ท่อน วางด้านล่างสุดของหม้อ ใส่หอยแมลงภู่ลงในหม้อ
  3. จากนั้นเด็ดโหระพา ใส่ด้านบน แล้วใส่น้ำประมาณ 100 มิลลิลิตร
  4. อบเพียง 10 นาที ใช้ไฟกลาง ครบเวลาให้ดับไฟ
  5. ตักหอยแมลงภู่นำตะใคร้และโหระพาออกแล้วจัดเรียงใส่จานให้สวยงาม

เชฟการ์ตูนขอให้ทุกคนมีความสุขในการทำอาหารนะค่ะ

ขอบคุณข้อมูลที่มา : YouTube : Easy Thai Cooking by เชฟการ์ตูน

 

 

แหล่งรวมสูตรอาหารไทย ขนมไทย พร้อมบอกเคล็ดลับ แบ่งปันข่าวสารความรู้สุขภาพที่มีประโยชน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

+ 2 = 5